การท่องเที่ยวเชิงเกษตร - เครือข่ายท่องเที่ยวเชิงเกษตร จังหวัดกลุ่มภาคกลางตอนล่าง ๑

การท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ความหมายของการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ( Agro-tourism ) คือ การท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้ทั้งความเพลิดเพลินและความรู้นำกลับไปประยุกต์ใช้หรือประกอบอาชีพได้ เหนืออื่นใดนี่คือการได้กลับไปค้นหา เรียนรู้ เข้าใจ ภาคภูมิใจกับอาชีพเกษตรกรรม รากฐานของแผ่นดินไทยที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่า ภายใต้แนวคิด ปรัชญา องค์ความรู้ ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษเกษตรกรไทย ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวชนบท ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณี รูปแบบกิจกรรม และการประกอบอาชีพทางการเกษตรที่หลากหลาย ทั้งวิถีดั้งเดิมจนถึงการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ท่ามกลางทัศนียภาพธรรมชาติที่สวยงาม บริหารจัดการโดยเกษตรกรและชุมชน ความประทับใจที่เกิดจากการได้ชม ชิม ซื้อผลิตภัณฑ์ และมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ก่อเกิดความรู้ ทักษะ และประสบการณ์แก่ผู้มาท่องเที่ยว ทั้งยังส่งผลให้เกิดรายได้แก่ชุมชน จากการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์แปรรูป ค่าตอบแทนจากการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ( การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,2545 )
การท่องเที่ยวเชิงเกษตร หมายถึง การท่อเที่ยวรูปแบบหนึ่งที่ทำให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่น โดยการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมชุมชนภาคเกษตรกรรมเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของชนบท ศึกษาหาความรู้และประสบการณ์ในเรื่องเกษตรกรรม ซึ่งอาจเป็นทั้งเกษตรกรในรูปแบบดั้งเดิม และเกษตรกรที่มีความก้าวหน้าทันสมัย รวมถึงได้เที่ยวชมทัศนียภาพที่สวยงามของชุมชนนั้นๆ ทั้งนี้ โดยเกษตรกรและชุมชนนั้นๆ จะต้อเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการตนเอง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชนทั้งในภาคและนอกภาคเกษตรได้ นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกรและชุมชนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ และทักษะในการบริหารจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยวเกษตรของชุมชนให้มีความยั่งยืนตลอดไป ( กรมส่งเสริมการเกษตร,2545 ; 4 )
รูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
รูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยทั่วไปมีการจัดแบ่งใน 2 ลักษณะ คือ การแบ่งรูปแบบการท่องเที่ยวตามลักษณะของการจัดกิจกรรมและทรัพยากร และการแบ่งตามความสนใจของนักท่องเที่ยว โดยมีรายละเอียด ดังนี้
แบ่งตามลักษณะของการจัดกิจกรรมและทรัพยากร
ศูนย์ประสานงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร (2554: 6-7) ได้กล่าวถึงรูปแบบหรือลักษณะของการจัดกิจกรรม และทรัพยากรท่องเที่ยวเชิงเกษตรไว้ ดังนี้
1.รูปแบบการแสดงหรือสาธิต ได้แก่
1.1 แปลงสาธิตพันธุ์พืชสวยงามและหลากหลาย เช่น กล้วยไม้ ดอกไม้ พืชผักและผลไม้ในท้องถิ่นและจากต่างประเทศ
1.2 แปลงรวบรวมพันธุ์พืชชนิดต่างๆ เป็นการรวบรวมพันธุ์พืชจากแหล่งต่างๆ เช่น พันธุ์กล้วย พันธุ์ทุเรียน พันธุ์มะม่วง
1.3 การแสดงขั้นตอนการปฏิบัติต่างๆ ทางด้านเกษตร เช่น การปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยวผลผลิต การดูแลหลังการเก็บเกี่ยว การบรรจุภัณฑ์ การแปรรูปผลผลิต การเลี้ยงผึ้ง การเลี้ยงไหม เป็นต้น
1.4 การแสดงประเพณีวัฒนธรรมด้านการเกษตรในอดีตที่ผ่านมา เช่น การตกกล้า การไถนา การดำนา การเก็บเกี่ยวข้าว การเก็บเกี่ยวไม้ผลและการแปรรูปไม้ผล การแสดงงานฝีมือหรืองานหัตถกรรมต่างๆ
1.5 การแสดงอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และวิถีทางการเกษตรของไทยในอดีต
2.รูปแบบการให้นักท่องเที่ยวร่วมทำกิจกรรมระยะสั้น ได้แก่
2.1 การเข้าชมสวนเกษตร โดยนักท่องเที่ยวอาจเก็บผลผลิตกันเองจากต้นในสวนหรือการซื้อผลผลิตโดยการเลือกเก็บเอง ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้ทั้งความสวยงามและบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ
2.2 การทำกิจกรรมพื้นบ้านระยะสั้นร่วมกับชาวบ้าน เช่น กรีดยาง ขี่ความ นั่งเกวียน พายเรือเก็บดอกบัว เป็นต้น
3.รูปแบบการให้นักท่องเที่ยวพักแรมในหมู่บ้าน
-นักท่องเที่ยวพักแรมในหมู่บ้านเพื่อศึกษาและสัมผัสกับการใช้ชีวิต ของชาวชนบทเกษตร โดยให้นักท่องเที่ยวได้รับการบริการที่อบอุ่น ปลอดภัย สะดวก สะอาด เป็นต้น
4.รูปแบบการอบรมให้ความรู้ด้านการเกษตรแผนใหม่และความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้าน
4.1 ฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการทำการเกษตรสมัยใหม่ เช่น การปลูกพืชและการดูแลรักษาพืช การแปรรูปและการเก็บรักษาผลผลิตทางการเกษตร ฯลฯ ซึ่งอาจจะมีประกาศนียบัตรรับรองให้
4.2 ฝึกปฏิบัติเพื่อเรียนรู้ภูมิปัญญาของชาวบ้าน เช่น ศึกษาแมลงหรือสัตว์ที่มีประโยชน์ต่อการเกษตร ชนิดและประโยชน์ของผักพื้นเมืองที่รับประทานได้ การทำข้าวเม่า การทำขนมจีน การทำน้ำตาลจากมะพร้าว การนวดและอบสมุนไพร การเผาข้าวหลาม
5.รูปแบบการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตร ได้แก่
5.1 สินค้าและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรต่างๆ ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร
5.2 สินค้าหัตกรรมพื้นเมืองของเกษตรกร
5.3 ของใช้และของที่ระลึกต่างๆ
5.4 ผักสด ผลไม้สด ดอกไม้สด
5.5 ต้นพันธุ์พืช และเมล็ดพันธ์ที่นักท่องเที่ยวจะซื้อไปปลูกเอง
5.6 อาหารที่ผลิตและเตรียมในพื้นที่แบบง่าย แต่สะอาด เช่น ข้าวโพดต้ม ถั่วต้ม เผือกต้ม อ้อยเคี้ยว น้ำผลไม้ อาหารสำเร็จรูปต่างๆ เป็นต้น
6.รูปแบบการให้ลู่ทางด้านธุรกิจเกษตร
6.1 การทำธุรกิจหรือลงทุนร่วมกับเกษตรกรร่วมกับการผลิต หรือการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อการส่งออก หรือจำหน่ายภายในประเทศ
6.2 ร่วมผลิตและจำหน่ายสินค้าหัตกรรมต่างๆ

แบ่งตามความสนใจของนักท่องเที่ยว
ในปีที่ 2544 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้จัดการท่องเที่ยวการเกษตรเป็นหนึ่งในเก้ากิจกรรมของ “อเมซซิ่งไทยแลนด์” และได้แบ่งรูปแบบการท่องเที่ยวตามความสนใจของนักท่องเที่ยวออกเป็น 7 กิจกรรม ( รำไพพรรณ,2547 ; 1-2 ) คือ
1.การทำนา ( Rice Cultivation ) การทำนาปี การทำนาปรัง การทำนาหว่านน้ำตม การทำนาขั้นบันได พิพิธภัณฑ์ข้าว ความรู้เรื่องข้าวสายพันธุ์ต่างๆ ประเพณีพิธีกรรมเกี่ยวกับข้าว และวัฒนธรรมการกินข้าวไทย เป็นต้น
2.การทำสวนไม้ตัดดอก ( Cutting Flowers ) การทำสวนดอกไม้นานาชนิดเพื่อตัดดอกขาย เช่น สวนกุหลาบ ฟาร์มกล้วยไม้ สวนเบญจมาศ สวนไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด ไม้กระถามทุกประเภท รวมถึงไร่ทานตะวันซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจด้วย
3.การทำสวนผลไม้ ( Horticulture ) การทำสวนผลไม้ทุประเภท รวมถึงการทำวนเกษตร การทำเกษตรแผนใหม่ การทำสวนสมรม รวมถึงการทำสวนยางพารา สวนไผ่ สวนปาล์มน้ำมัน
4.การทำสวนครัวสวนผัก ( Vegetables ) การปลูกพืชผักสวนครัวทุกประเภท รวมถึงการทำไร่ผัก ไร่ถั่ว ไร่ข้าวโพดข้าวฟ่าง ไร่พริกไทย ไร่สับประรด บางครั้งรวมถึงพืชไร่ เช่น อ้อยและมันสำปะหลัง เป็นต้น
5.การทำสวนสมุนไพร ( Herbs ) การปลุกพืชสมุนไพรนานาชนิดเพื่อใช้เป็นอาหารเสริม พืชผักสวนครัวข้างบ้าน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือ เป็นอาหารเสริม เป็นเครื่องสำอาง และเพื่อใช้ในแพทย์แผนไทย
6.การทำฟาร์มปศุสัตว์ ( Animal Farming ) การเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์เศรษฐกิจนานาชนิด อาทิ การเลี้ยงไหม การทำฟาร์มผึ้ง การทำฟาร์มวัว การทำฟาร์มปลา ปลาน้ำจืด ปลาน้ำกร่อย การทำฟาร์มมุก การเลี้ยงหอยแมลงภู่ หอยแครง หอยนางรม หอยตะโกรม ฟาร์มจระเข้ ฟาร์มจิ้งหรีด บางแห่งเพาะขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่หายาก เช่น ฟาร์มกวาง ฟาร์มไก่ฟ้าและฟาร์มนกยูง ฟาร์มนกกระจอกเทศ เป็นต้น
7.งานเทศกาลผลิตภัณฑ์ต่างๆ ( Agro – Festival ) การจัดงานเพื่อส่งเสริมการขายผลิตผลทางการเกษตร เมื่อถึงฤดูที่พืชผลเหล่านั้นออกชุก อาทิ มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ งานเทศกาลลิ้นจี่ งานเทศกาลลำไย งานเทศกาลกินปลา เป็นต้น