แหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชน บ้านห้วยสะพาน - เครือข่ายท่องเที่ยวเชิงเกษตร จังหวัดกลุ่มภาคกลางตอนล่าง ๑

แหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชน บ้านห้วยสะพาน

ประวัติความเป็นมา

ชุมชนบ้านห้วยสะพาน ตำบลหนองโรง อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ประกอบด้วยสี่หมู่บ้าน คือ หมู่1

บ้านหนองกระจันทร์ หมู่ 2 บ้านห้วยสะพาน หมู่ 9 บ้านใหม่ หมู่ 11 บ้านดอนเจริญ การท่องเที่ยวในพื้นที่เกิดจากชาวบ้านทั้งสี่หมู่บ้านรวมตัวกัน นำภูมิปัญญาในชุมชนมาต่อยอด และเป็นการสร้างจิตสำนึกกับคนในพื้นที่และนอกชุมชน ได้เห็นความสำคัญของ ทรัพยากรธรรมชาติ เห็นประโยชน์ของป่าซึ่งแต่เดิมเคยเป็นป่าที่เสื่อมโทรม ถูกทำลาย ชาวบ้านได้ร่วมใจกันที่จะฟื้นฟูป่าขึ้นมาใหม่ จนปัจจุบันกลายเป็นพื้นที่ชีวิตของชาวชุมชน กลายเป็นต้นแบบของการอยู่ร่วมกันของคนกับป่า…ที่เปิดโอกาสให้คนภายนอกไ ด้เข้ามาศึกษาดูงาน ปัจจุบันป่าชุมชนมีเถาวัลย์อยู่มากมาย ชาวบ้านจึงใช้ภูมิปัญญาด้านการประดิษฐ์ เช่น การนำเถาวัลย์มาทำเป็นเครื่องประดับ เช่น แหวน กำไล เป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอีกทางหนึ่ง นักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สามารถร่วมกิจกรรมการปลูกป่ากับชุมชน หรือการชมวิธีการแปรรูปผลตาล ที่ชาวบ้านจะมีการใช้ประโยชน์ของต้นตาลได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นเป็นอาหาร ขนม และผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ เช่น ใช้เปลือกลูกตาลเป็นอาหารเลี้ยงวัว การทำถ่านจากกะลาตาล นำกะลาตาลมาประดิษฐ์เป็นของใช้ได้แก่ที่เสียบปากกาบนโต๊ะทำงาน ประดิษฐ์ของตกแต่งได้แกโมบายรูปแบบต่างๆเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการจักสานเปลไม้ไผ่ การทำผ้าขาวม้า การประดิษฐ์พวงมาลัยใบเตยผลมะกรูด ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้าน

รายละเอียดเพิ่มเติม

จุดเด่นของสถานที่

โดดเด่นในเรื่องการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แต่เดิมในพื้นที่เคยเป็นป่าเสื่อมโทรม ชาวบ้านจึงร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูป่าด้วยการปลูกต้นไม้นานาชนิดทดแทน จนเกิดเป็นป่าที่หล่อเลี้ยงชีวิตของคนในชุมชน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงลงพื้นที่สนับสนุนเพื่อให้เกิดเป็นการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน โดยเลือกชุมชนตำบลหนองโรง จ.กาญจนบุรี ให้เป็น 1 ใน 10 ชุมชนต้นแบบของกิจกรรม Village Tourism 4.0 สิ่งที่สามารถนำมาต่อยอดได้ อย่างเช่นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เครื่องประดับ แหวน กำไลที่ทำมาจากเถาวัลย์ซึ่งมีอยู่มากมายในป่า ต่อยอดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ในชุมชนให้เกิดเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวอย่างการปลูกป่า ซึ่งจัดเป็นฐานการเรียนรู้ทั้งหมด 35 ฐาน ชมสวนผสมตามแนวพระราชดำริ ซึ่งเหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่สนใจด้านการเกษตรและการอนุรักษ์ สามารถเข้ามาเรียนรู้เพื่อนำประโยชน์ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ต่อไป นอกจากนี้ภายในชุมชนยังมีกิจกรรมสาธิตการทอผ้าขาวม้า ซึ่งล้วนมาจากฝีมือของชาวบ้าน อีกทั้งยังมีการแปรรูปต้นตาล นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ อย่างเช่นนำเปลือกลูกตาลไปเลี้ยงวัว นำหัวตาลไปทำถ่านใช้ในครัวเรือนตามพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง และนำผลตาลไปทำเป็นขนมต่างๆมากมาย

นอกจากนี้ภายในชุมชนยังมีการแสดงพื้นบ้านอย่าง เพลงเหย่ย เป็นเพลงพื้นบ้านเก่าแก่ที่กำลังจะสูญหายไป ซึ่งคำว่า ‘เหย่ย’ เป็นเสียงที่เพี้ยนมาจากคำว่า ‘เอย’ นิยมเล่นกันในเทศกาลวันสงกรานต์ งานนักขัตฤกษ์ งานมงคล และงานรื่นเริงทั่วไปของชาวบ้าน แต่ในปัจจุบันเยาวชนของบ้านห้วยสะพานสามัคคีและสมาชิกในตำบลได้อนุรักษ์และต่อยอดโดยนำมาเป็นการแสดงต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในชุมชน ถือเป็นเสน่ห์ทางวัฒนธรรมวิถีชุมชนอีกรูปแบบหนึ่ง

โปรแกรม One Day Trip

ช่วงเช้า -เดินทางถึงจุดบริการข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวชุมชนตำบลหนองโรง(ร้านค้าประชารัฐฯ) ต้อนรับนักท่องเที่ยวและขึ้นรถอีแต๋นไปศูนย์เรียนรู้ป่าชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี นั่งฟังเรื่องเล่าความเป็นมาของป่าชุมชนร่วมกิจกรรมปลูกป่าชุมชนในฤดูฝนหรือเพาะพันธุ์กล้าไม้(ในฤดูร้อน)
-ขึ้นรถอีแต๋นไปยังป่าชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี เดินเที่ยวในป่าชุมชน ชมฐานเรียนรู้ของป่าได้แก่ ฐานสแลงพันธุ์ ฐานแจง เป็นต้นและร่วมกิจกรรมขึ้นชมทิวทัศน์มุมสูง ถ่ายรูปบนจุด
”ยิ่งสูง ยิ่งเสียว”
-ขึ้นรถอีแต๋น ไปเยี่ยมชมโบสถ์สมัยอยุธยาตอนปลายที่วัดเขาจำศีล กราบไหว้พระในโบสถ์ จากนั้นนำเดินขึ้นบันไดกว่า400 ขั้น ไปไหว้รูปปั้นเจ้าแม่สร้อยระย้า ศาสตร์ทางความเชื่อเรื่องความสมหวังในทุกเรื่องที่ขอ
หรือชมถ้ำจำลองของวัดเขาจำศีล กรณีไม่สามารถเดินขึ้นบันไดได้
-เดินทางกลับมาที่ศูนย์เรียนรู้ป่าชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี
-ชมการสาธิตทำของที่ระลึก
1.การทำแหวนหรือกำไลจากเถาวัลย์ทอง โดยคุณฉลาด เปรมปรีดิ์
2.การสานหมวกใบ(ทาง)มะพร้าว โดยคุณนิราศ สุกใส หรือคุณประเทือง รื่นสำราญ
3.การทำดอกไม้ประดิษฐ์จากปอเต่าไห้ โดยคุณฐิติรัตน์ พุฒิเอกเจริญ
4.การสานเปลไม้ไผ่ โดยคุณอาภรณ์ สุขีธรรม หรือคุณบังอร วิเศษสิงห์
5.การสานงูงับขยับข้อ (อุปกรณ์ป้องกันนิ้วล็อค) โดยคุณสวัสดิ์ สารีวงษ์
6.การทำพวงมาลัยใบเตยมะกรูด โดยคุณบุปผา คงควร
หมายเหตุ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกทำกิจกรรมโดยเสียค่าวัสดุอุปกรณ์เองและนำผลงานกลับไปเป็นของที่ระลึกได้เลย
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ศูนย์เรียนรู้ป่าชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี
ช่วงบ่าย เดินทางเข้าชุมชนบ้านห้วยสะพาน
เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวเกษตรและเลือกชมผลิตภัณฑ์จากกลุ่มต่างๆ ในหมู่บ้าน
-ชมการสาธิตแปรรูปผลตาล (ลูกตาลสด) ช่วงเดือนมี.ค.- เม.ย. หรือชมการสาธิตการแปรรูปผลผลิตจากเมล็ดตาล(จาวตาลเชื่อม) ช่วงเดิอน ส.ค.-ธ.ค. ที่หมู่ 1 บ้านหนองกระจันทร์
-ชมการสาธิตขั้นตอนทำข้าวเกรียบสมุนไพรสีรุ้ง ที่หมู่ 2 บ้านห้วยสะพาน
-ชมการสาธิตการทอผ้าขาวม้าทอมือ ที่หมู่ 9 บ้านใหม่
-ชมสาธิตการทำแคปหมูไร้มัน ที่หมู่ 2 บ้านห้วยสะพาน
-ขึ้นรถอีแต๋น กลับมาที่จุดบริการข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวชุมชนตำบลหนองโรง ซื้อของฝาก ของที่ระลึก
เดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ

ภาพประกอบกิจกรรม

ภาพประกอบกิจกรรม

ภาพประกอบกิจกรรม

ภาพประกอบกิจกรรม

การให้บริการสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ

– ลูกค้าจะได้รับสาระความรู้ ความสนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ ความประทับใจในการให้บริการของชุมชน

ราคาสถานที่พัก (หากมีการค้างแรม)

ค่าใช้จ่ายต่อคน / หมู่คณะ

เมนูอาหารวิถีเกษตร

น้ำพริกมะสัง พืชผักอินทรีย์พื้นบ้าน

“น้ำพริกมะสัง”นี้ เชื่อว่า มาจากชุมชนทุ่งมะสัง ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เพราะท้องที่นี้เป็นป่าไม้ธรรมชาติบาง ๆ คือมีต้นไม้ไม่หนาทึบ สลับกับที่ว่าง และทุ่งหญ้า ลักษณะนี้เรียกว่า “ทุ่ง” ทุ่งนี้มีต้น “มะสัง” มาก ต้นมะสังเป็นไม้มีหนามยาว ต้นสูง มีผลเหมือนกับผลมะขวิด ต่างแต่มีรสเปรี้ยวคล้ายมะขาม เปลือกภายนอกคล้ายมะกรูด ชาวบ้านจึงใช้ผลมะสังนี้ ตำกับพริกรับประทาน เรียกว่า “น้ำพริกมะสัง” โดยใช้เนื้อในกะลาของลูกมะสัง และผิวของลูกมะสัง เพื่อทำให้น้ำพริกมีกลิ่นหอม ทุ่งใกล้ ๆ หมู่บ้านนี้ หาต้นมะสังนี้ง่ายมากจึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “ทุ่งมะสัง” ซึ่งในปัจจุบัน มะสัง เป็นพันธุ์ไม้อีกชนิดที่นิยมปลูกเลี้ยงเป็นไม้ดัด เนื่องจากมีความสวยงามจากเปลือกขรุขระ ใบมีขนาดเล็กใบดกเป็นพุ่มหนา และง่ายต่อการดัดเพราะกิ่งก้านเหนียว

– แสดงให้เห็นถึงคุณประโยชน์ของส่วนประกอบอาหาร เช่น ผักที่ใช้ในการประกอบอาหารแต่ละชนิดช่วย บำรุงสุขภาพด้านใดบ้าง

สรรพคุณของมะสัง

1.ใบมีรสฝาดมัน สรรพคุณเป็นยาบำรุงร่างกาย

2.รากแลผลอ่อนเป็นยาแก้ไข้ ตำราไทยใช้รากนำมาต้มกับกับน้ำดื่มหรือฝนกับน้ำกินเป็นยาแก้ไข้

3.ใบช่วยแก้ท้องเดิน

4.ใบช่วยแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ

5.แก่นมะสังใช้ร่วมกับแก่นมะขาม ใช้ต้มเป็นน้ำดื่มขณะอยู่ไฟ

6.ใบใช้เป็นยาสมานแผล

ประโยชน์ของมะสัง

1.ผลมะสังมีรสเปรี้ยว สามารถนำมาใช้แทนมะนาวได้ โดยใช้ปรุงน้ำพริกหรือใส่แกง นอกจากนนี้ยังใช้กินและนำมาทำน้ำผลไม้ได้อีกด้วย

2.ยอดอ่อนหรือใบอ่อนของมะสังใช้กินเป็นผักสดหรือนำไปปิ้งให้หอมก็ใช้รับประทานร่วมกับลาบ ก้อย ซุปหน่อไม้

3.ในปัจจุบันนิยมมาปลูกเป็นไม้ประดับหรือไม้ดัด เนื่องจากมีความสวยงาม ออกใบดก และมีขนาดเล็ก ง่ายต่อการดัดเพราะกิ่งก้านมีความเหนียว

– ราคา (หากไม่รวมใน package ท่องเที่ยว)

ถ้วยละ 40 บาท (กระปุก 4 ออนด์)

ผลิตภัณฑ์สินค้า

หมู่1 บ้านหนองกระจันทร์ แปรรูปผลผลิตจากตาล ทั้งลูกตาลสด ลูกตาลสุกและเมล็ดตาลเพาะงอก(จาวตาล)

ราคาลูกตาลสดถุงละ 50.00 บาท จาวตาลสด กิโลกรัมละ 90.00 บาท จาวตาลเชื่อมกิโลกรัมละ 120.00 บาท

หมู่ 1 บ้านหนองกระจันทร์   ขนมทองม้วน-ทองพับสมุนไพร ขนมดอกจอก จำหน่ายถุงละ 25 บาท

หมู่ 1 ข้าวหอมมะลิบ้านหนองกระจันทร์ ตราจันทร์ทิพย์ บรรจุถุงจำหน่าย กิโลกรัมละ 32.00 บาท(ข้าวใหม่)

หมู่ 1 ตะกร้าถักเชือกป่ามัดฟาง มีจำหน่ายหลายขนาด หลายรูปแบบ ราคาเริ่มต้นที่ 350.00-750.00 บาท

ช่องทางการติดต่อ

คุณ สมพร  ปานโต

081-9432618

Line 081-9432618  สมพร  ปานโต

Facebook สมพร  ปานโต

แผนที่
Please follow and like us:
0

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *